ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ กินยาอะไร? กินอะไรหาย?

DoctorBank-อาหารเป็นพิษ กินยาอะไร

อาหารเป็นพิษ คืออะไร?

การเจ็บป่วย ที่เกิดจากอาหาร หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “อาหารเป็นพิษ”
เป็นผลมาจากการรับประทานอาหาร ที่ปนเปื้อน บูดเน่า หรือเป็นพิษ

doctorbank-อาหารเป็นพิษ-food-poisoning

อาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคอาหารเป็นพิษ
ได้แก่ คลื่นไส้ , อาเจียน และท้องเสีย

โดยทั่วไป อาการอาหารเป็นพิษ พบได้บ่อย ตามข้อมูลของศูนย์ควบคุม และป้องกันโรค (CDC

พบว่า ชาวอเมริกัน 1 ใน 6 คน จะมีอาการอาหารเป็นพิษทุกปี

อาการอาหารเป็นพิษ มีอะไรบ้าง??

อาการอาหารเป็นพิษ อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของการติดเชื้อ ระยะเวลาที่อาการจะปรากฏขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา ของการติดเชื้อด้วยเช่นกัน แต่อาจมีตั้งแต่ 1 ชั่วโมงไปจนถึง 28 วัน กรณีทั่วไปของอาหารเป็นพิษ มักมีอาการอย่างน้อย 3 ข้อ ต่อไปนี้

  • ปวดเกร็งท้อง
  • ท้องร่วง
  • อาเจียน
  • เบื่ออาหาร
  • มีไข้เล็กน้อย
  • อ่อนเพลีย
  • คลื่นไส้
  • ปวดหัว

อาการของอาหารเป็นพิษ ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ได้แก่

  • อาการท้องร่วง ติดต่อกัน นานกว่า 3 วัน
  • ไข้สูงกว่า 38.6 องศา
  • ลืมตาหรือพูดลำบาก
  • มีอาการ ของการขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น อาการปากแห้ง ปัสสาวะน้อยหรือแทบไม่มีเลย
  • ปัสสาวะเป็นเลือด

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

สาเหตุ ของอาหารเป็นพิษ คืออะไร?

อาหารเป็นพิษ ส่วนใหญ่มักมาจาก 3 สาเหตุหลัก ดังต่อไปนี้

แบคทีเรีย (Bacteria)

แบคทีเรีย เป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ ที่แพร่หลายมากที่สุด ที่พบบ่อยได้แก่เชื้อชื่อ E. coli , Listeria , และ Salmonella จากข้อมูลของCDC พบว่า มีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษประมาณ 1,000,000 รายรวมถึงการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเกือบ 20,000 รายสามารถตรวจสอบการติดเชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) ได้ทุกปี ส่วนตัว เชื้อCampylobacterและ C. botulinum (โรคโบทูลิซึม) เป็นแบคทีเรียที่เป็นที่พบได้น้อยกว่า แต่เป็นอันตรายมากถึงขั้นเสียชีวิต ที่สามารถแฝงตัวอยู่ในอาหารของเราได้

ปรสิต (Parasites)

อาหารเป็นพิษ ที่เกิดจากปรสิต พบได้ไม่บ่อยเหมือนกับอาหารเป็นพิษ ที่เกิดจากแบคทีเรีย แต่ปรสิตที่แพร่กระจายผ่านอาหารยังคงเป็นอันตรายมาก Toxoplasma เป็นปรสิตที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในกรณีอาหารเป็นพิษ มักพบในกระบะทรายแมว ปรสิตสามารถอาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารของเรา โดยไม่ถูกตรวจพบเป็นเวลาหลายปี อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และสตรีมีครรภ์ เสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรง หากปรสิตเข้ามาอาศัยอยู่ในลำไส้

ไวรัส (Viruses)

อาหารเป็นพิษ อาจเกิดจากเชื้อไวรัส Norovirus ทำให้กว่า 19 ล้านคนของโรคอาหารเป็นพิษในแต่ละปี ในบางกรณีอาจถึงแก่ชีวิตได้ Sapovirus, rotavirus และ astrovirus ทำให้เกิดอาการคล้ายกัน แต่พบได้น้อยกว่า ส่วนไวรัสตับอักเสบเอ เป็นภาวะร้ายแรง ที่สามารถติดต่อได้ทางอาหาร

อาหารปนเปื้อน ได้อย่างไร?

เชื้อโรค สามารถพบได้ในอาหารเกือบทั้งหมดที่มนุษย์กิน อย่างไรก็ตามความร้อนจากการปรุงอาหาร มักจะฆ่าเชื้อโรคในอาหาร ก่อนที่มันจะมาถึงจานของเรา

doctorbank-อาหารเป็นพิษ-food-poisoning-vegetable

อาหารที่รับประทานดิบ เป็นแหล่งอาหารเป็นพิษที่พบได้บ่อย เนื่องจากไม่ผ่านกระบวนการปรุงอาหาร

ในบางครั้งอาหาร จะสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตในอุจจาระ สิ่งนี้มักเกิดขึ้นเมื่อคนเตรียมอาหาร ไม่ล้างมือก่อนปรุงอาหาร

เนื้อสัตว์ ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม มักปนเปื้อน ส่วนน้ำดื่ม อาจปนเปื้อนสิ่งมีชีวิตที่ทำให้เจ็บป่วยได้เช่นกัน

ใครบ้างที่เสี่ยง ต่อการเกิดอาหารเป็นพิษ?

ใคร ๆ ก็สามารถเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ ในทางสถิติเกือบทุกคนจะมีอาการอาหารเป็นพิษ อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต

แต่มีบางคนที่มีความเสี่ยงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ นั่นคือคนกลุ่มที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกกดทับหรือโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน จากอาหารเป็นพิษ

จากข้อมูลของเมโยคลินิกพบว่า หญิงที่ตั้งครรภ์ มีความเสี่ยง เพราะร่างกายหญิงกลุ่มนี้ จะต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบการเผาผลาญอาหาร และระบบไหลเวียนเลือด ในระหว่างการตั้งครรภ์

ผู้สูงอายุ ก็มีความเสี่ยงในการเป็นอาหารเป็นพิษมากขึ้น เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกัน ตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมได้ช้ากว่าคนทั่วไป

ในเด็ก ยังถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าของผู้ใหญ่ เด็กเล็กจะได้รับผลกระทบจากการขาดน้ำจากอาเจียน และท้องร่วงได้ง่ายกว่า

อาหารเป็นพิษ วินิจฉัยได้อย่างไร?

แพทย์ จะวินิจฉัยโรคอาหารเป็นพิษ ตามอาการของคุณ
ในกรณีที่รุนแรง อาจมีการตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ เพื่อหาสาเหตุ ที่ทำให้อาหารเป็นพิษ รวมถึงการตรวจปัสสาวะเพื่อประเมินการเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากอาหารเป็นพิษหรือไม่??

วิธีแก้ อาหารเป็นพิษ รักษาอย่างไร?

โดยปกติอาหารเป็นพิษ สามารถรักษาได้เองที่บ้าน โดยส่วนใหญ่จะหายภายใน 3 ถึง 5 วัน

หากคุณมีอาการอาหารเป็นพิษ สิ่งสำคัญคือ ต้องให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มกีฬาๆ ที่มีเกลือแร่สูง น้ำผลไม้ และน้ำมะพร้าว สามารถเรียกคืนคาร์โบไฮเดรตและความช่วยเหลือเกี่ยวกับความเมื่อยล้า

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มกลุ่มคาเฟอีน ซึ่งอาจทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร ส่วนชา ที่ไม่มีคาเฟอีน ที่มีฤทธิ์ช่วยผ่อนคลาย เช่น คาโมมายล์ สะระแหน่ จะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องได้

วิธีแก้ ท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ กินยาอะไร?

ยาที่ใช้รักษาอาการอาหารเป็นพิษส่วนใหญ๋ จะเน้นรักษาตามอาการ
ยาที่ใช้บ่อย เช่น

  • ให้สารน้ำอย่างเพียงพอ โดยใช้ผงเกลือแร่ หรือที่เรียกว่า ORS จิบแทนน้้า
  • ยาลดไข้ กลุ่มยาพาราเซตามอล (Paracetamol)
  • ยาลดการหดเกร็งของลำไส้
  • ผงถ่าน หรือ Activated charcoal มีความสามารถในการดูดซับสารพิษ และสารเคมีสูงมาก
  • ยาลดการเคลื่อนไหวของลําไส้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Imodium จะช่วยควบคุมอาการท้องร่วง และระงับอาการคลื่นไส้ได้ แต่ไม่แนะนำให้กลุ่มอาหารเป็นพิษ เพราะต้องการให้มีการอาเจียน และขับถ่าย เพื่อขับสารพิษออกให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยาเหล่านี้อาจช่วยซ่อนความรุนแรงของอาการ และไปหาหมอได้ล่าช้า ยานี้จึงแนะนำเฉพาะในผู้ที่จำเป็นต้องใช้ในช่วงที่ต้องเดินทางหรือไปท่องเที่ยว

doctorbank-อาหารเป็นพิษ-food-poisoning-traveler-diarrhea

  • ที่สำคัญ ผู้ที่มีอาการอาหารเป็นพิษ ให้เน้นการพักผ่อนให้เพียงพอด้วย

ในกรณีที่มีอาการอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง หรือมีไข้สูง ควรรีบไปหาหมอให้เร็วที่สุด เพื่อให้สารน้ำทดแทนทางหลอดเลือดดำ (IV) และนอนรักษาเพิ่มเติมที่โรงพยาบาล

อาหารเป็นพิษ กินอาหารอะไรได้บ้าง?

กินอะไรดี เมื่อมีอาการอาหารเป็นพิษ?

ทางที่ดีควรค่อยๆ งดอาหารแข็ง จนกว่าอาการอาเจียน และท้องร่วงจะหมดไป ให้ทานอาหารอ่อน ที่ย่อยง่าย มีรสจืด และมีไขมันต่ำ เช่น

  • น้ำซุปไก่
  • กล้วย
  • ข้าว
  • ข้าวโอ๊ต
  • มันฝรั่งรสจืด
  • ผักต้ม
  • ขนมปังปิ้ง
  • โซดา ที่ไม่มีคาเฟอีน
  • น้ำผลไม้เจือจาง
  • เครื่องดื่มกีฬา

ท้องเสีย ไม่ควรกินอะไร??

ไม่ควรกินอะไร เมื่อคุณมีอาการอาหารเป็นพิษ?

เพื่อป้องกัน ไม่ให้ท้องไส้ปั่นป่วนมากขึ้น ให้หลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก ต่อไปนี้ แม้ว่าจะรู้สึกดีขึ้นก็ตาม

  • ผลิตภัณฑ์จากนม โดยเฉพาะนม และชีส
  • อาหารที่มีไขมัน
  • อาหารปรุงรสจัด
  • อาหารที่มีน้ำตาลสูง
  • อาหารรสเผ็ด
  • อาหารทอด

เครื่องดื่ม และอาหารอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น

  • คาเฟอีน (ชา กาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลังต่างๆ)
  • แอลกอฮอล์
  • นิโคติน

ท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ กี่วันหาย?

โดยทั่วไปอาการท้องเสีย จากอาหารเป็นพิษ มักหายได้เอง
ซึ่งปกติ ในขณะที่มีอาการอาหารเป็นพิษ จะรู้สึกค่อนข้างไม่สบาย ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายบ่อย จนรู้สึกทรมาน อ่อนเพลียมากๆ แต่ข่าวดีคือ คนส่วนใหญ่จะหาย เป็นปกติภายใน 48 ชั่วโมง

แต่หากมีไข้สูงร่วมด้วย และมีอาการที่รุนแรง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที  ซึ่งอาการอาหารเป็นพิษ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่พบได้ค่อนข้างน้อยมากๆ

อาการอาหารเป็นพิษ ป้องกันได้อย่างไร?

วิธีที่ดีที่สุด ในการป้องกันอาหารเป็นพิษคือ การจัดการกับอาหารให้สะอาด ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สะอาด ปนเปื้อน สุกๆดิบๆ

อาหารบางชนิด มีความเสี่ยงทำให้อาหารเป็นพิษ เนื่องจากวิธีการผลิต และเตรียมอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ไข่ และหอย อาจมีเชื้อโรคติดเชื้อที่ถูกฆ่า ในระหว่างการปรุงอาหาร หากทานแบบดิบๆ ไม่ปรุงอย่างถูกต้อง หรือไม่ทำความสะอาดมือ หลังจากสัมผัส อาจเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้

อาหารอื่นๆ ที่อาจทำให้อาหารเป็นพิษ ได้แก่

  • ซูชิ และผลิตภัณฑ์จากปลาอื่น ๆ ที่เสิร์ฟแบบดิบ หรือไม่สุก
  • เนื้อเดลี่ และฮอทดอก ที่ไม่ผ่านความร้อน หรือปรุงสุก
  • ลาบดิบ ส้า ซึ่งมีเนื้อดิบๆ ที่ไม่สะอาด และไม่ถูกปรุงสุก
  • นม เนยแข็ง และน้ำผลไม้ ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
  • ผลไม้ และผักดิบ ไม่ล้าง
  • อาหารทะเลดิบๆ เช่น หอยนางรม ซึ่งมีเชื้อโรคที่ทำให้ท้องร่วง ค่อนข้างมาก

คำแนะนำ การป้องกัน อาหารเป็นพิษ

  • แนะนำให้ ล้างมือก่อนปรุงอาหาร หรือรับประทานอาหารทุกครั้ง
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่า อาหารถูกปิดผนึก และจัดเก็บอย่างถูกต้อง
  • ปรุงเนื้อสัตว์ และไข่ให้ให้สุก
  • สิ่งใดก็ตามที่สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ดิบ ควรได้รับการฆ่าเชื้อก่อนใช้ เพื่อเตรียมอาหารอื่น ๆ
  • อย่าลืมล้างผัก และผลไม้ ก่อนเสิร์ฟเสมอ
อาหารเสริม แนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง

DoctorBank-อาหารเป็นพิษ กินยาอะไร

ท้องเสีย อาหารเป็นพิษสาเหตุคืออะไร? ท้องเสียต้องกินอะไร? อาหารเป็นพิษ กินยาอะไร? อาหารเป็นพิษ กี่วันหาย? อาหารแก้ท้องเสีย มีอะไรบ้าง? บทความนี้มีคำตอบ

doctorbank-โรคกรดไหลย้อน อันตราย

รู้จักอาการของโรคกรดไหลย้อน ว่าอาการเป็นอย่างไร?? กรดไหลย้อน สาเหตุ? เป็นกรดไหลย้อน ห้ามกินอะไรบ้าง? รู้จักยา และแนวทางการรักษา กรดไหลย้อน ง่ายๆ ที่บ้าน

สารบัญ บทความ

ผู้เขียนและเรียบเรียง

drBank Avatar

หมอแบงค์

แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ

ผู้เชียวชาญด้านอาหารเสริม
และวิตามิน สำหรับผู้สูงอายุ

ผู้สนับสนุน
โปรตีน เพื่อสุขภาพ
ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูร่างกาย เพิ่มการเผาผลาญ ทานง่าย อร่อย
หมวดหมู่ที่น่าสนใจ